ย่านอารีย์: ก่อนครบร้อยปีแห่งความคิดสร้างสรรค์ สู่อนาคตที่ยั่งยืน

The original article is in Thai

อารีย์เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานความทันสมัยและความเป็นชุมชนได้อย่างลงตัว ร้านกาแฟเก๋ๆ อยู่คู่กับร้านอาหารริมทาง อาคารสูงใหญ่ตั้งอยู่เคียงข้างบ้านเรือนเก่าแก่ การผสมผสานที่น่าสนใจนี้ทำให้ฉันสงสัยว่าอารีย์จะพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์และความมีชีวิตชีวาไว้
จากแรงบันดาลใจจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDG 11) เรื่องเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ช่วงหลังมานี้ ฉันมีเวลาตกผลึกในฐานะผู้อยู่อาศัยในย่านอารีย์ว่ามองย่านของตนอย่างไร แนวคิดที่ว่า “เธอเป็นเหมือนกับพื้นที่ที่เธออาศัยอยู่ (you are where you live)” เป็นหัวใจในความคิดของฉันหลังจากมีเวลาอยู่บ้านกรุงเทพมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลอย่างมากต่อความเป็นอยู่ของเรา เลยลองตั้งคำถามว่าฉันอยากเห็นย่านอารีย์ในอนาคตเป็นอย่างไร

หลังจากอ่านเอกสารเกี่ยวกับย่านอารีย์ที่ฉันอาศัยอยู่ตามความเห็นปัจจุบันเท่าที่หาอ่านได้ บางครั้งก็ออกนอกกำแพงบ้านไปคุยกับผู้คนในย่านมากขึ้น ฉันลองเข้าร่วมบางโครงการในย่านอารีย์ที่คนรุ่นใหม่ๆ ในย่านจัด โดยเฉพาะช่วง Bangkok Design Week ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถึงจะรู้สึกแปลกๆ กับการเป็นคุณป้าผมขาวที่เข้าไปร่วมวงกับคนรุ่นอายุห่างจากกันมาก แต่ถ้าคิดว่าทุกวันเป็นการเรียนรู้ใหม่ก็พอจะไปฟังเรื่องใหม่ รับรู้ความคิดเห็นใหม่ได้

ในฐานะที่อยู่ในย่านนี้มาตั้งแต่เกิด ฉันแอบแบ่งช่วงเวลาของย่านอารีย์เป็นช่วงอยู่ในใจ โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกคือระหว่างประมาณปีพ.ศ. 2490 – 2540 ซึ่งกินเวลาประมาณ 50 ปีเพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นช้าๆ พร้อมการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ช่วงที่ 2 คือหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ซึ่งตอนนั้นรถไฟฟ้าจอดที่สถานีอารีย์ และช่วงที่ 3 คือหลังจากโรคระบาดโควิดทุเลาลงประมาณปี 2564 จนถึงปีปัจจุบัน ฉันไม่มีหลักเกณฑ์ทางวิชาการในการแบ่งช่วงเวลา แต่คิดว่าถ้านับจากการ “ก้าวกระโดด” ของการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและค่าครองชีพของย่านอารีย์ก็คงจะประมาณนี้

ฉันได้เรียนรู้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของอารีย์ในช่วงที่ผ่านมาเน้นการลงทุนจากภายนอกเป็นหลัก โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัยเดิมเท่าที่ควร น่ากังวลว่าเสน่ห์ดั้งเดิมและความเป็นชุมชนของอารีย์กำลังถูกบั่นทอนจากการพัฒนาที่ไม่สมดุล ปัญหานี้สะท้อนถึงความท้าทายระดับโลกในการพัฒนาเมือง ที่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอาจแลกมาด้วยความยั่งยืนทางสังคมและวัฒนธรรม ไม่ใช่เฉพาะชุมชนเมืองของไทยเราเท่านั้น

วิสัยทัศน์ในวาระครบรอบ 100 ปีของย่านอารีย์ในอีก 15 ปีข้างหน้า

อีก 15-20 ปีข้างหน้า เมื่ออารีย์เข้าใกล้วาระครบรอบ 100 ปีในฐานะชุมชนเมืองของกรุงเทพฯ ฉันลองวาดภาพย่านอารีย์ที่สอดคล้องกับหลักการของ SDG 11 ซึ่งหมายถึง:
การรักษาอัตลักษณ์ของอารีย์:
o สนับสนุนศิลปินท้องถิ่นและธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อรักษาจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และการเป็นผู้ประกอบการของพื้นที่ ธุรกิจกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบหนักมากช่วงโควิดและการมาถึงของกลุ่มทุนใหม่
o ปกป้องอาคารประวัติศาสตร์และสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของอารีย์
o สร้างพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์และสร้างความรู้สึกเป็นชุมชน
การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน:
o ส่งเสริมการก่อสร้างอาคารสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่ประหยัดพลังงาน
o ขยายพื้นที่สีเขียวและสวนในเมือง เพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศและเพิ่มความน่าอยู่
o ดำเนินการจัดการขยะและการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ
o ส่งเสริมการเดินและปรับปรุงการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ
การมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างครอบคลุม:
o สร้างหลักประกันว่าผู้อยู่อาศัยทุกคน ทั้งผู้อยู่อาศัยเดิมและผู้มาใหม่ มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของอารีย์
o สร้างเวทีสำหรับการสนทนาและความร่วมมือระหว่างผู้อยู่อาศัย ธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ
o แก้ไขปัญหาความสามารถในการจ่ายและการเข้าถึง เพื่อให้อารีย์ยังคงเป็นชุมชนที่หลากหลายและครอบคลุม
เศรษฐกิจสร้างสรรค์:
o สนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยสร้างหลักประกันว่าผู้อยู่อาศัยเดิมจะไม่ถูกผลักดันออกไปเนื่องจากค่าเช่าที่สูงขึ้น
o ทำงานร่วมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างหลักประกันการพัฒนาที่ยั่งยืน

แนวทางความร่วมมือที่ฉันอยากมีส่วนร่วมในขณะที่ฉันยังมีแรง
แน่นอนว่าอีก 15 – 20 ปี ฉันคงไม่ได้รับรู้เรื่องของย่านอารีย์ แต่หลานๆ ของฉันคือคนที่จะเป็นผู้อยู่อาศัยรุ่นใหม่ของย่านนี้ การบรรลุวิสัยทัศน์ที่กล่าวถึง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ฉันรู้สึกขอบคุณกับโครงการริเริ่มอย่างเช่น AriAround https://www.ariaround.com/ และ Your Neighbor Ari https://yourneighborari.com/en/ ที่สร้างกิจกรรมร่วมกับธุรกิจท้องถิ่นและผู้อยู่อาศัย ฉันชื่นชมพวกเขามาก ว่ามีบทบาทที่สำคัญในย่านอารีย์ อาจจะมีโครงการริเริ่มอื่นอีกที่ฉันยังไม่ได้มีโอกาสสำรวจเพราะมัวแต่ไปทำโครงการ Urban-Rural Co-Production อยู่ที่อยุธยาเป็นหลัก https://impactflow.org/th/project/118 สำหรับชุมชนเมืองอย่างย่านอารีย์นี้ ฉันคิดว่าการส่งเสริมการสื่อสารที่เปิดกว้างและการตัดสินใจร่วมกัน จะทำให้อารีย์กลายเป็นแบบอย่างของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในกรุงเทพฯ และที่อื่นๆ

เวลาที่ได้ใช้ในย่านอารีย์มานานเท่ากับอายุของตัวเองทำให้ฉันเชื่อในความคิดเรื่อง “เธอเป็นเหมือนกับพื้นที่ที่เธออาศัยอยู่ (you are where you live)” การให้ความสำคัญกับชุมชน ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วม จะทำให้อารีย์สร้างอนาคตที่ทุกคนเติบโตได้ อีกไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า ย่านอารีย์จะมีอายุครบร้อยปีแล้ว เราคงต้องเริ่มคิดและทำไปด้วยกันตั้งแต่วันนี้


Discover more from À Table! e-Magazine นิตยสารออนไลน์ ครัวของคุณ

Subscribe to get the latest posts sent to your email.

Leave a comment