ชาวซอยกาติ๊บจ่ายตลาดที่ไหน

The original article is in Thai

โครงสร้างครอบครัวเมื่อกว่า 70 ปีที่แล้ว ทำให้บ้านของเรามีคนอยู่ร่วมกันอย่างน้อย 3 รุ่นเสมอ ฉันและน้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อและแม่ คุณปู่คุณย่า โดยมีคุณลุงคุณป้าคุณอาช่วยเอาใจใส่ ปัจจุบันรุ่นเหลนของคุณปู่ยังทันได้รับความเอาใจใส่จากคุณย่าของเขาโดยมีป้าและอาเป็นกองหนุน อย่างไรก็ตาม ทัศนคติและการใช้ชีวิตของคนรุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คนยุคเบบี้บูมเมอร์ จนถึงคนยุคเจนเอ็กซ์ช่วงต้นในเรื่องการเคารพกฎเกณฑ์และกติกา จริยธรรมและคุณลักษณะการทำงาน การประหยัด อดออม รอบคอบและระมัดระวังในเรื่องการใช้จ่าย น่าจะแตกต่างจากคนรุ่นเหลนของคุณปู่ที่เกิดมากับความพร้อมในยุคที่โลกมั่งคั่งแล้วและใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้มากขึ้น เรื่องที่เล่านี้แม้จะเป็นเรื่องที่ผ่านมาในอดีตของชุมชนในซอยกาติ๊บ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหลังกำแพงในย่านอารีย์ของปัจจุบัน ซึ่งยังคงมีวงศาคณาญาติอีกหลายบ้านอาศัยในชุมชนนี้ บางสิ่งบางอย่างที่เคยเกิดขึ้น เช่น การเดินทางร่วมกันหรือคาร์พูล การปลูกผักออร์แกนิกส์ การพบปะสนทนาของคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงที่มีทัศนคติคล้ายกันอาจจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อช่วยกันพัฒนาชุมชนย่านอารีย์ต่อไป

สมาชิกในบ้าน

หลังจากฉันเกิดได้ไม่นาน คุณปู่คุณย่า แม่และพ่อ รวมทั้งฉันและคนเลี้ยงก็ย้ายจากบ้านเขียวหลังแรกมาอยู่บ้านสีฟ้าที่ปลูกภายหลังปี 2505 บ้านสีฟ้านี้อยู่หลังในสุดโดยอยู่ด้านหลังเรือนหอคุณลุงเขยและคุณป้าพี่สาวของพ่อที่ฉันและน้องเรียกท่านทั้งสองว่า คุณป๋าและคุณจ๋า ตามพี่ๆ ลูกของท่านซึ่งเรียกคุณตาคุณยายว่าคุณพ่อคุณแม่ เพราะคุณป้ายกให้เป็นลูกของคุณปู่คุณย่าตั้งแต่เกิด

บ้านสีฟ้าหลังในนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นที่มีจำนวนห้องมากขึ้นกว่าบ้านเขียว เพราะสมาชิกใหม่ในครอบครัวเรากำลังจะเพิ่ม ชั้นบนเป็นห้องนอนคุณปู่คุณย่า ห้องนอนพ่อกับแม่ ห้องเล็กที่พ่อไว้ใช้พักผ่อน ฟังเพลง หรือตรวจข้อสอบที่พวกเรามักจะไปขลุกกันอยู่ตอนบ่ายวันอาทิตย์ และห้องพระ ชั้นล่างเป็นห้องเด็ก แพนทรีเล็กๆ อุ่นอาหารหรือเตรียมกาแฟมีประตูเชื่อมต่อกับครัวใหญ่นอกบ้าน ห้องกินข้าวและรับแขก

ก่อนน้องคนถัดจากฉันเกิดฉันยังนอนกับคนเลี้ยงซึ่งทำหน้าที่แม่นมให้ฉันที่ห้องเด็ก พอน้องสาวซึ่งอ่อนกว่าฉัน 2 ปี 4 เดือนหย่านมและเริ่มกินนมทารกแบบชงได้ ฉันก็ย้ายจากห้องเด็กไปนอนกับพ่อและแม่ ให้น้องสาวนอนกับคนเลี้ยงจนกระทั่งน้องชายเกิด เราหมุนเวียนห้องนอนและแย่งกันนอนกับคนเลี้ยงจนกระทั่งน้องสาวคนเล็กเกิด คนที่เลี้ยงฉันและน้องๆ นี้เป็นญาติห่างๆ ของคุณปู่ที่คุณย่าขอร้องให้มาช่วยเลี้ยงฉัน เพราะแม่ต้องไปสอนที่โรงเรียนในตอนกลางวัน ป้ารื่นเป็นแม่คนที่สองที่ช่วยคุณย่าและแม่ดูแลการกินการอยู่ของพวกเราจนน้องคนเล็กเข้ามหาวิทยาลัย

แม่ ฉัน และป้ารื่น มีบอกเซอร์ที่เกิดปีเดียวกับฉันนอนเกาหูอยู่ข้างหลัง เปเป้เป็นเพื่อนตัวแรกที่ฉันรู้จัก

จับจ่ายใช้สอย

แม้จะมีถนนพหลโยธินตัดผ่านสนามเป้าและสะพานควาย แต่ซอยกาติ๊บนั้นก็ดูห่างไกลจากตลาดและการไปซื้อของสดเพื่อทำอาหารประจำวัน เมื่อฉันจำความได้นั้น ในบ้านรั้วเดียวกันมีสมาชิกเครือญาติ 22 คน มีผู้ช่วยเรื่องต่างๆ เช่น แม่ครัว คนขับรถ ลูกน้องคุณปู่ พลขับคุณป๋า คนขับรถคุณจ๋า และลูกๆ หรือแม่ของเขาซึ่งก็เป็นคนเก่าคนแก่อีก 24 คน ฉันยังทึ่งจนทุกวันนี้ว่าคุณปู่คุณย่าซึ่งเป็นประธานของบ้านจัดการเรื่องการเงิน การจับจ่ายใช้สอย และการดูแลคนในบ้านอย่างไร

ตอนฉันเกิดนั้นพวกพี่ๆ ลูกคุณลุงใหญ่ ลูกคุณป้า และลูกคุณอาเข้าโรงเรียนประจำกันหมดแล้ว ฉันและน้องเล่นกับเด็กในบ้านเป็นส่วนใหญ่จนเข้าโรงเรียน รูปนี้ป้ารื่นซ่อนอยู่ข้างหลังฉัน คอยจับน้องสาวไม่ให้กลิ้งตกเก้าอี้เพราะฉันไม่น่าจับน้องอยู่ตอนพ่อถ่ายรูป

เมื่อมองย้อนกลับไปฉันอดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำของคุณย่าว่า “…มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท….” และพ่อที่เคยเตือนว่า “มีน้อยใช้น้อยสิลูก” ในเวลาที่ฉันบ่นว่ารับราชการเงินเดือนน้อยกว่าเอกชนมากหลังเรียนจบปริญญาโท พ่อคงจะอดหัวเราะไม่ได้ว่าเมื่อฉันจบปริญญาเอกและกลับมาสอนหนังสือนั้น เงินเดือนน้อยกว่าลูกศิษย์ที่จบปริญญาตรีเสียอีก

คุณย่าพูดเสมอว่าคุณปู่เป็นนายอำเภอมาจากหัวเมืองเงินเดือนนิดเดียว คุณย่าต้องเก็บหอมรอมริบและมัธยัสถ์ เพื่อสนับสนุนให้ลูกทุกคนเรียนจบและหาเลี้ยงชีพได้ จะได้ไม่ลำบากในภายหน้า คนที่เคยผ่านสงครามโลกมาแล้วอย่างญาติผู้ใหญ่ของฉันเข้าใจเรื่องของแพงเป็นอย่างดี เพราะเคยหุงข้าวกับเผือกและมันหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งข้าวแพงมากจากการที่รัฐบาลอังกฤษเรียกร้องข้าวจากไทย 1.5 ล้านตันเป็นค่าปฏิกรรมสงคราม จนทำให้รัฐบาลไทยออกกฎหมายห้ามกักตุนข้าว และควบคุมการค้าข้าวเพื่อให้มีข้าวเพียงพอสำหรับจ่ายให้อังกฤษ

ภายในรั้วบ้าน คุณย่าให้ปลูกพืชผักสวนครัวที่ใช้ทำกับข้าว ปลูกมะพร้าว กล้วย ทั้งสำหรับกินผล คั้นกะทิ ใช้ใบตอง ข้าวสารนั้นที่บ้านซื้อเป็นกระสอบ อาหารแห้งก็ซื้อทีละมากๆ เวลาไปสวนที่อยุธยา ถ่านสำหรับจุดไฟซื้อเป็นหลัวๆ กาบมะพร้าวสำหรับจุดติดไฟนั้นเป็นของที่หาได้ในบ้าน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่รายได้ภายในบ้านที่คุณย่าและคุณจ๋าบริหารจัดการน่าจะมาจากค่าเช่าที่นาที่อยุธยา การใช้บ้านเขียวเป็นบ้านให้ครอบครัวฝรั่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเช่า และการทำหอพักหญิง ซึ่งฉันคิดว่าในช่วงแรกน่าจะรวมบริการอาหารให้แก่คนที่อยู่ที่หอด้วยเพราะสมัยนั้นไม่ได้มีอาหารปรุงสำเร็จขาย

ฉันจำไม่ได้ว่าคนที่หอพักมีจำนวนกี่คน แต่ค่อนข้างแน่ใจว่าน่าจะเป็นญาติๆ กันทางใดทางหนึ่ง หรือลูกของเพื่อน หลานของเพื่อนของคุณปู่คุณย่าและคุณป๋าคุณจ๋าที่แนะนำกันให้มาพักเวลาเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ คนที่มาอยู่ที่หอส่วนใหญ่มีทั้งนักเรียนและนิสิตมหาวิทยาลัย แต่ฉันและน้องเรียกพวกเขาทุกคนว่าพี่นักเรียน ทุกเช้าเวลาไปโรงเรียนอนุบาล ฉันจะชินกับคนเต็มรถเวลาไปโรงเรียนดรุโณทยานกับพี่ๆ ลูกคุณอาผู้หญิงซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของพ่อ เมื่อย้ายมาเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินีนั้นพ่อกับแม่จะไปส่งลูกที่โรงเรียนเพราะอยู่ในเส้นทางไปฝั่งธนบุรี พ่อจะไปส่งแม่ที่ยังสอนที่โรงเรียนทวีธาภิเษกอยู่แล้ว จึงรับพี่นักเรียนจากหอพักที่เป็นนิสิตหญิงบางคนที่ต้องข้ามฟากไปเรียนฝั่งศิริราช และแวะรับพวกพี่ๆ ลูกคุณลุงทหารเรือเพื่อนบ้านที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนราชินีไปด้วยกัน พ่อขับรถเอง เป็นโอลด์สโมบิลขาว-แดงพวงมาลัยซ้ายที่พ่อนำกลับมาหลังจากพ่อไปทำ Fellowship ที่สหรัฐอเมริกา

จ่ายตลาด

ในปี 2510 นั้น ตู้เย็นไม่ได้มีประจำทุกบ้าน และเนื่องจากคุณย่าและคุณป้าทำหอพักแบบมีอาหารให้บริการด้วย แม่ครัวที่บ้านซึ่งมีอย่างน้อย 3 คนเท่าที่ฉันจำได้จึงต้องจ่ายตลาดทุกวัน ส่วนใหญ่แล้วแม่ครัวจะไปซื้อที่สะพานควาย ราชวัตร หรือห้วยขวาง ในซอยอารีย์เคยมีร้านขายของสดเช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ตรงปากซอยอารีย์ 1 เป็นร้านของสองพี่น้องชื่อเก๊ากับป่า ฉันเคยเดินตามแม่ไปซื้อของสดที่ร้าน ส่วนใหญ่แล้วแม่จะถือตะกร้าหวายใบย่อมเพราะไม่ได้ซื้อมาก มือหนึ่งจูงลูกอีกมือถือตะกร้าโดยไม่ได้มีเด็กในบ้านตามไปช่วยถือของ ราคาของสดที่ร้านเก๊าแพงกว่าไปซื้อที่สะพานควายแต่เดินไปซื้อสะดวกและไม่ได้ซื้อครั้งละมากๆ สมัยนั้นทุกอย่างห่อด้วยใบตองและห่อทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ภาษาจีน มัดให้แน่นด้วยตอก

คุณย่า คุณอาผู้หญิง และแม่ คอยดูแลเรื่องจับจ่ายใช้สอยและอาหารการกินของคนในบ้าน

พ่อกินกาแฟ 2 แก้วตอนเช้าทุกวันโดยใช้ Moka pot ซึ่งแม่ต้องไปซื้อกาแฟคั่วที่ร้านใต้ดินสโตร์แถวสนามเป้าตรงข้ามปั๊มน้ำมันสามทหาร ปัจจุบันร้านใต้ดินสโตร์ตรงสนามเป้าอยู่ตรงข้าม ททบ.5 แต่คิดว่าไม่ใช่ตำแหน่งเดิมเสียทีเดียว แม่หัดขับรถก่อนน้องคนถัดจากฉันเกิด และมักจะขับรถไปซื้อกาแฟเม็ดในวันอาทิตย์และให้เขาบดก่อนใส่ถุงกระดาษคราฟท์สีน้ำตาลให้พ่อ นอกจากกล้องยาเส้นที่พ่อสูบตั้งแต่อยู่เมืองนอกแล้วก็ดูเหมือนจะเป็นกาแฟที่พ่อติด นอกนั้นพ่อเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย โดยเฉพาะอาหารที่แม่เป็นคนทำ เวลาลูกทำอาหารไม่อร่อยพ่อยังคงกินจนหมดจานและบอกว่าอร่อย แต่ไม่เติมจานที่สอง

สำรับอาหารในบ้าน

คุณอาผู้หญิงเป็นผู้มีฝีมือในการทำอาหารและรับรสมือมาจากคุณย่า เมื่อครั้งคุณอายังอยู่ที่บ้านซอยอารีย์กับลูกๆ ของคุณอานั้น เราทุกคนกินของอร่อยทุกวันเพราะคุณอาจะกำกับแม่ครัวเองเนื่องจากจะต้องส่งสำรับไปบ้านคุณป๋าคุณจ๋า และสำรับใหญ่หน่อยมาที่บ้านให้คุณปู่คุณย่า พ่อและแม่ รวมทั้งฉันและน้องๆ อีก 4 คน ทุกวันนี้เราก็ยังคิดถึงปลาน้ำเงินหรือปลาแดงชิ้นหนาทอดน้ำปลา ไข่ปลาค้าวผัดพริกแกง ขนมตาล ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย และอาหารไทยรสชาติอยุธยาแบบเดิมๆ

สำรับกับข้าวประจำวันสมัยนั้นจะมีกับข้าว 4 อย่างแต่ไม่เกิน 6 อย่างเพราะมีกับข้าวเด็กๆ ที่แม่ทำเสริม ฉันไม่แน่ใจว่าเคยมีธรรมเนียมเดิมหรือไม่ในเรื่องจำนวนกับข้าว เช่น ถ้าแม่ครัวเกิดทำอะไรไหม้จนกินไม่ได้และกับข้าวไม่ครบ 4 อย่าง คุณย่าจะให้ทำน้ำปลาอร่อยๆ เพิ่มเหมือนครบ 4 อย่าง คุณปู่คุณย่าอายุเกิน 80 ปีแล้ว ยังอร่อยกับอาหารแบบเดิมที่คุ้นเคย บางครั้งก็กินข้าวกับมะม่วงสุกหรือแตงโมหน้าปลาแห้ง ส่วนหลานๆ คือฉันและน้องบางครั้งก็เรื่องมากและงอแงประเภทมีไข่เจียวจะกินไข่ดาว ซึ่งคุณย่าจะตามใจแต่แม่อดพูดกับคุณอาผู้หญิงไม่ได้ว่าน่าจะยอมให้แม่บังคับกว่านี้อีกสักหน่อย ต่อไปจะได้กินง่ายอยู่ง่ายเวลาเข้าโรงเรียน

ตอนฉันอยู่ประถม 6 และน้องเล็กยังอยู่อนุบาล แม่ได้รับทุนให้ไปฝึกอบรมภาษาเพื่อกลับมาสอนจากรัฐบาลฝรั่งเศสนาน 18 เดือน คุณย่าซึ่งสนับสนุนเรื่องการเรียนของทุกคนอยู่แล้วให้กำลังใจว่าไปเถิดไม่ต้องห่วง แม้ว่าพ่อจะมีคนช่วยกำกับดูแลเรื่องกินเรื่องอยู่ของลูกๆ เต็มขบวนทัพ พวกเรารวมทั้งพ่อด้วยก็ดูผ่ายผอมโดยถ้วนหน้าเวลาแม่ไม่อยู่ กินข้าวอร่อยน้อยลงมาก

เรื่องการศึกษานี้คุณปู่คุณย่าให้ความสำคัญที่สุด สอนให้เรามีความขยันหมั่นเพียรศึกษาหาความรู้ และมักยกตัวอย่างบ้านคุณป๋าและคุณจ๋าเสมอ เพราะคุณป๋าเป็นนักเรียนทุนหลวงไปเรียนแพทย์ที่อังกฤษ คุณจ๋ารับทุนฟุลไบร์ทไปเรียนด้านการศึกษาที่สหรัฐ และพี่สาวของฉันลูกของท่านซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมแพทย์ตัดสินใจรับทุน ดร.สตางค์ มงคลสุข ไปเรียนด้านชีววิทยาและกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในเมืองและชนบทนี้ ฉันคงได้เล่าในโอกาสต่อไป

โลกของเราในรั้วบ้านที่ซอยอารีย์มีคุณย่า (เสื้อคอกระเช้าสีขาวนุ่งผ้าลายยืนหันหลัง) แม่ (ยืนกลางกำลังล้วงกระเป๋าถือหาของบางอย่าง) และป้ารื่น (เสื้อขาวสะพายกระเป๋าริมขวา) เอาใจใส่ในทุกเรื่องของทุกวันในชีวิตวัยเด็ก

“…มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
ไม่ควรซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อ
ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน
เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาล
จงเลี้ยงท่านอย่าให้อดระทดใจ…”

สุภาษิต – สุนทรภู่


Discover more from À Table! e-Magazine นิตยสารออนไลน์ ครัวของคุณ

Subscribe to get the latest posts sent to your email.

Leave a comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.